ไบโอแฮ็กกิ้งแบบง่ายๆ ที่คนธรรมดาทำได้จริงโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์แพง

วิเคราะห์ข้อมูลแถวในออฟฟิศ

ถ้าคุณเคยเห็นคนพูดเรื่อง ไบโอแฮ็กกิ้งแบบง่ายๆ แล้วนึกถึงแหวนวัดการนอน เครื่องวัดอะไรสักอย่าง หรือของแพงที่ต้องซื้อเพิ่มตลอด บทความนี้จะพาออกจากภาพนั้นก่อน เพราะของที่คนส่วนใหญ่เริ่มได้จริงมักเป็นเรื่องพื้นๆ มากกว่า เช่น นอนให้เป็นเวลา กินให้ตรงมื้อ รับแสงแดดตอนเช้า และลดสิ่งที่รบกวนร่างกายแบบที่จับต้องได้ทันที

เริ่มจากสิ่งที่ร่างกายตอบสนองทันที มากกว่าสิ่งที่ดูไฮเทค

เริ่มจากสิ่งที่ร่างกายตอบสนองทันที มากกว่าสิ่งที่ดูไฮเทค

ถ้าคนอ่านอยากลองไบโอแฮ็กกิ้งแบบไม่เจ็บกระเป๋า ให้เริ่มจากสิ่งที่เห็นผลกับชีวิตประจำวันก่อน เช่น เวลานอน เวลากิน และระดับความเหนื่อยระหว่างวัน เพราะพวกนี้ไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรเลย แต่เป็นจุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดด้วย หลายคนอยากแก้ปัญหาด้วยแกดเจ็ต ทั้งที่ต้นตอคือเข้านอนดึก กินไม่เป็นเวลา หรือจอมือถือพาให้สมองไม่ยอมหยุด

สิ่งที่คนชอบทำพลาดคือไปซื้อตัวช่วยก่อนแก้พฤติกรรม

สิ่งที่คนชอบทำพลาดคือไปซื้อตัวช่วยก่อนแก้พฤติกรรม

ปัญหาที่เจอบ่อยคือคนเริ่มจากการตามเทรนด์ เช่น ซื้ออุปกรณ์ติดตามการนอน ซื้อซัพพลายเมนต์ หรือทำอะไรหลายอย่างพร้อมกัน แล้วสุดท้ายก็ไม่รู้ว่าอะไรเวิร์กจริง เพราะชีวิตยังเหมือนเดิมแต่ของที่ซื้อเพิ่มเต็มไปหมด ถ้าจะเล่นไบโอแฮ็กกิ้งแบบคนธรรมดา วิธีที่คุ้มกว่าคือเลือกปรับทีละอย่าง แล้วดูว่าร่างกายตอบยังไงจากของที่มีอยู่แล้วในบ้าน ไม่ใช่จากการสะสมอุปกรณ์

สามเรื่องที่เริ่มได้เลยโดยไม่ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม

สามเรื่องที่เริ่มได้เลยโดยไม่ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม

สามเรื่องนี้เป็นจุดเริ่มที่ใช้ได้กับคนส่วนใหญ่และไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเลย คือการตื่นให้ใกล้เวลาเดิมทุกวัน, ออกไปรับแสงตอนเช้าให้ร่างกายรู้ว่าเริ่มวันแล้ว, และหยุดกินของหนักใกล้เวลานอนมากเกินไป ถ้าทำได้แค่สองอย่างก่อนก็ยังดีกว่าเริ่มทุกอย่างพร้อมกันแล้วหลุดหมด บางคนอาจรู้สึกว่ามันธรรมดาเกินไป แต่ในชีวิตจริงนี่แหละที่กระทบความง่วง ความหิว และอารมณ์ระหว่างวันได้มากที่สุด

บ้านธรรมดาก็ใช้เป็นเครื่องมือได้ ถ้ารู้ว่าต้องสังเกตอะไร

บ้านธรรมดาก็ใช้เป็นเครื่องมือได้ ถ้ารู้ว่าต้องสังเกตอะไร

คุณไม่จำเป็นต้องมีห้องออกกำลังกายหรืออุปกรณ์แพงเพื่อเริ่มสังเกตร่างกาย ตัวที่มีอยู่แล้วอย่างนาฬิกาปลุก สมุดจด หรือโน้ตในมือถือก็พอสำหรับบันทึกว่าคืนไหนนอนหลับยาก วันไหนกินแล้วง่วง หรือช่วงไหนงานเยอะจนหลุดจังหวะ พอเก็บข้อมูลแบบนี้ไม่กี่วัน คุณจะเห็นแพตเทิร์นของตัวเองมากกว่าการเดาเอาจากความรู้สึก เช่น บางคนแพ้การกินดึก แต่ไม่แพ้อาหารแบบที่คิดไว้ตอนแรก

ของที่ควรระวังถ้าไม่อยากเสียเงินไปกับความหวังลอยๆ

ของที่ควรระวังถ้าไม่อยากเสียเงินไปกับความหวังลอยๆ

  • อุปกรณ์ที่บอกผลละเอียดเกินไป แต่คุณยังนอนไม่เป็นเวลาอยู่ดี
  • ซัพพลายเมนต์ที่ซื้อตามคนอื่น ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าปัญหาจริงคืออะไร
  • แอปหรือแกดเจ็ตที่ทำให้คุณจ้องตัวเลขมากกว่าปรับพฤติกรรม
  • การเปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกันจนแยกไม่ออกว่าอะไรทำให้ดีขึ้นหรือแย่ลง

ถ้าจะวัดผล ให้ดูจากชีวิตที่ใช้อยู่ ไม่ใช่จากกราฟอย่างเดียว

ถ้าจะวัดผล ให้ดูจากชีวิตที่ใช้อยู่ ไม่ใช่จากกราฟอย่างเดียว

คนที่ลองไบโอแฮ็กกิ้งแล้วพลาดบ่อยคือไปเชื่อกราฟมากกว่าความรู้สึกใช้งานจริง เช่น ตัวเลขนอนดีขึ้นแต่ยังตื่นมาเพลีย หรือกินตามสูตรแล้วหิวระหว่างวันกว่าเดิม แปลว่ามันยังไม่เข้ากับชีวิตคุณ ถ้าจะใช้วิธีที่ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์แพง ให้ดูง่ายๆ ว่าคุณตื่นง่ายขึ้นไหม งานช่วงบ่ายไม่พังไหม และอารมณ์แกว่งน้อยลงหรือเปล่า เพราะสามเรื่องนี้สะท้อนชีวิตจริงมากกว่าตัวเลขสวยๆ

สรุป

ไบโอแฮ็กกิ้งแบบง่ายๆ ไม่ได้เริ่มจากของแพง แต่เริ่มจากการจัดชีวิตประจำวันให้ร่างกายไม่ถูกรบกวนเกินจำเป็น ถ้าคุณยังนอนไม่เป็นเวลา กินมั่ว และรับแสงน้อย การซื้ออุปกรณ์เพิ่มมักไม่ช่วยเท่าการแก้จุดพวกนี้ก่อน

เกี่ยวกับผู้เขียน

เลื่อนไปด้านบน