ผู้ชายที่ออกกำลังกายหนักทุกวัน ผิวพังได้จากอะไรบ้าง

แสดงธีมดาต้าออฟฟิศไทย

คนที่ออกกำลังกายหนักทุกวันมักไม่ได้พังแค่เรื่องกล้ามหรือความล้า ผิวก็พังได้เหมือนกัน และที่เจอบ่อยไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย แต่เป็นเรื่องของเหงื่อ การล้างผิวแรงเกินไป เสื้อผ้าที่เสียดสี ผิวที่โดนแดดซ้ำๆ รวมถึงการพักผ่อนไม่พอจากตารางซ้อมที่แน่นเกินไป ถ้ารู้ว่าต้นตอมาจากอะไร จะดูแลได้ตรงจุดกว่าการโทษสกินแคร์อย่างเดียว

เหงื่อไม่ใช่ตัวร้าย แต่ปัญหามักเริ่มตอนเหงื่อค้างบนผิวนานเกินไป

เหงื่อไม่ใช่ตัวร้าย แต่ปัญหามักเริ่มตอนเหงื่อค้างบนผิวนานเกินไป

ตอนซ้อมหนัก เหงื่อออกเยอะเป็นเรื่องปกติ แต่พอปล่อยให้เหงื่อแห้งคาผิวหรือปล่อยให้เสื้อเปียกติดตัวนานๆ ผิวจะเริ่มระคายง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีแนวโน้มเป็นสิวอยู่แล้ว เพราะผิวหน้ากับผิวหลังโดนความอับชื้นต่อเนื่อง บางคนไม่ได้แพ้เหงื่อ แต่แพ้สภาพที่ตามมา เช่น หน้าลื่น หนักหน้า รูขุมขนอุดตันง่าย และมีตุ่มขึ้นตามกรอบหน้าหรือหลังช่วงที่ซ้อมถี่

การล้างหน้าหลังซ้อมแบบรีบเกินไปก็ทำให้ผิวแย่ลงได้

การล้างหน้าหลังซ้อมแบบรีบเกินไปก็ทำให้ผิวแย่ลงได้

หลายคนพอเลิกซ้อมแล้วรีบขัด รีบถู หรือใช้คลีนเซอร์แรงๆ เพราะอยากให้หน้ารู้สึกสะอาดทันที แต่ผิวที่โดนแรงเสียดสีจากการเล่นเวท วิ่ง หรือคาร์ดิโอมาอยู่แล้ว ถ้าถูกซ้ำด้วยการล้างแรงเกินไป มันจะยิ่งแห้ง ตึง แสบ และมันกลับมาเร็วกว่าเดิมได้ บางคนยิ่งล้างบ่อยยิ่งสิวขึ้น เพราะผิวเสียสมดุลแล้วตอบสนองด้วยความมันกับการระคายง่ายกว่าเดิม

เสื้อผ้า อุปกรณ์ และสายรัดต่างๆ ทำให้ผิวถูจนพังได้แบบเงียบๆ

เสื้อผ้า อุปกรณ์ และสายรัดต่างๆ ทำให้ผิวถูจนพังได้แบบเงียบๆ

ปัญหานี้เจอบ่อยกับคนที่ใส่เสื้อรัดแนบตัว ใส่สายรัดยกน้ำหนัก สะพายกระเป๋า หรือใช้หมวกและผ้าคาดหัวซ้ำเดิมทุกวัน จุดที่โดนถูตลอดจะเริ่มแดง เป็นตุ่ม หรือเป็นสิวแบบเม็ดเล็กๆ ตามแนวที่เสียดสีมากที่สุด เช่น ไหล่ หลัง หน้าอก คอ และกรอบหน้าบางส่วน เรื่องนี้มักไม่ถูกนึกถึง เพราะมันไม่ได้เกิดทันทีหลังซ้อม แต่ค่อยๆ สะสมจนผิวเริ่มตอบสนอง

คนที่ซ้อมกลางแจ้งหนักๆ มักเจอผิวอ่อนแอจากแดดมากกว่าที่คิด

คนที่ซ้อมกลางแจ้งหนักๆ มักเจอผิวอ่อนแอจากแดดมากกว่าที่คิด

ถ้าออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นประจำ ผิวจะโดนแดดซ้ำโดยที่หลายคนไม่ค่อยรู้สึก เพราะตอนซ้อมเราไม่ค่อยสนใจอาการแสบหรือร้อนเท่าตอนนั่งเฉยๆ ผลที่เจอได้คือผิวหมองง่าย แห้งไว จุดด่างดำจากรอยสิวหายช้ากว่าเดิม และผิวเริ่มไวต่อสกินแคร์บางตัวมากขึ้น คนที่เหงื่อออกเยอะแล้วไม่ทากันแดดให้พอ หรือทาแบบขอไปที มักเห็นปัญหานี้ชัดกว่าเพื่อนที่ซ้อมในร่ม

กินไม่พอ พักไม่พอ แล้วผิวจะฟื้นช้ากว่าที่คิด

กินไม่พอ พักไม่พอ แล้วผิวจะฟื้นช้ากว่าที่คิด

คนที่ออกกำลังกายหนักแต่กินน้อย พักผ่อนน้อย หรือคุมอาหารจนขาดพลังงาน มักเห็นผิวแห้ง โทรม และฟื้นตัวช้ากว่าปกติ เพราะผิวเป็นอวัยวะที่ต้องใช้เวลาซ่อมแซมตัวเองทุกวัน ถ้านอนดึกต่อเนื่อง ร่างกายก็ไม่มีจังหวะซ่อมแซมเต็มที่ บางคนสังเกตได้จากหน้าที่ดูเหนื่อยตลอด ทั้งที่กล้ามกำลังขึ้น แต่ผิวกลับหม่นและแพ้ง่ายกว่าเดิม

  • ซ้อมเสร็จแล้วปล่อยเหงื่อแห้งติดหน้าและหลังนาน
  • ล้างหน้าด้วยโฟมแรงหรือขัดผิวถี่เกินไป
  • ใส่เสื้อรัดและอุปกรณ์ที่ถูผิวทุกวัน
  • ซ้อมกลางแจ้งแต่กันแดดไม่พอ
  • นอนน้อยและกินไม่พอกับภาระการซ้อม

ถ้าผิวเริ่มส่งสัญญาณแบบนี้ แปลว่าระบบดูแลผิวกำลังไม่ไหว

ถ้าผิวเริ่มส่งสัญญาณแบบนี้ แปลว่าระบบดูแลผิวกำลังไม่ไหว

สัญญาณที่คนออกกำลังกายหนักควรจับตาไม่ใช่แค่สิวเม็ดใหญ่ แต่รวมถึงผิวตึงง่าย แสบเวลาโดนน้ำหรือคลีนเซอร์ ผิวหลังซ้อมแดงนานกว่าปกติ มีตุ่มตามแนวเสื้อหรืออุปกรณ์ และรอยสิวที่ไม่ค่อยยุบสักที ถ้าเห็นแพตเทิร์นพวกนี้ซ้ำๆ ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่การออกกำลังกายอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิธีรับมือหลังซ้อมที่ไม่เข้ากับสภาพผิวตอนนั้น

สรุป

ผิวพังในคนที่ออกกำลังกายหนักทุกวันมักมาจากหลายอย่างรวมกัน ไม่ใช่เหงื่ออย่างเดียว ไม่ใช่สิวอย่างเดียว และไม่ใช่สกินแคร์อย่างเดียว ถ้ารู้ว่ามันเกิดจากเหงื่อค้าง การล้างแรง การเสียดสี แดด และการพักฟื้นไม่พอ ก็จะเริ่มแก้ได้ตรงจุดกว่าเดิม และไม่ต้องเดาว่าผิวแย่เพราะอะไรทุกวัน

เกี่ยวกับผู้เขียน

เลื่อนไปด้านบน